Accessibility
Skip to Content

1948

ยุคสมัยใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1984 เมื่อการผลิตได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง บริษัทได้เริ่มการพัฒนาอย่างยิ่งยวดและจากปี 1953 ก็ได้เริ่มต้นดำเนินการค้าภายใต้ชื่อ “Triumph International” จากปี 1954 ถึงปี 1959 ก็ได้ขยายกิจการครอบคลุมไปทั่วยุโรปโดยการเปิดสาขาที่เบลเยี่ยม อังกฤษ สวีเดน อิตาลี ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ค ออสเตรียและเนเธอร์แลนด์

ปีมหัศจรรย์แห่งเศรษฐกิจ ยุค 50 ฟิตพอดีตัวเป็น “นิว ลุคส์” ซึ่งเน้นที่รูปร่างของผู้หญิง ชุดรัดทรงกลับมาฮิตอีกครั้งกับการเป็นผู้นำตลาดของไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในปี 1954 ไทรอัมพ์ผลิตสายชั้นในแบบใช้ด้ายยืดออกมา ปี 1956 ไทรอัมพ์เริ่มสร้างความร่วมมืออันยั่งยืนกับ Heinz Oestergaard นักออกแบบเสื้อผ้าชาวเยอรมันผู้มีชื่อเสียง ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้จัดแสดงแฟชั่นโชว์ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นางแบบไม่ได้สวมชุดแนบเนื้อไว้ภายใต้ชุดคอร์เซตนั้น ปี 1959 มีการแสดงแฟชั้นโชว์ชุดชั้นในที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลที่โรงแรม Berlin Hilton

1960

ปี 1960 ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เริ่มมาตีตลาดเอเชียโดยมาเปิดสาขาที่ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย จีนและอินเดียตลอดช่วงทศวรรษต่อจากนั้น พอถึงช่วงกลางทศวรรษที่ 60 ไทรอัมพ์ก็เป็นหนึ่งในสามผู้นำการผลิตในญี่ปุ่น ธุรกิจจากยุโรปได้ขยายตัวเข้าไปสู่สเปน กรีซ ฝรั่งเศสและโปรตุเกส จนปี 1965 ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลก็มียอดขายชุดชั้นในจากกว่า 92 ประเทศทั่วโลก

สุดสวิงซิกซ์ตี้ (Swinging Sixties) ยุคสมัยของการปฏิวัติพัฒนาการในปี 1959 การคิดค้น “ไลครา”ซึ่งเป็นเส้นใยยืดสังเคราะห์ (Elastane Fiber) เป็นการปฏิวัติแฟชั่นชุดชั้นในด้วยเส้นใยที่เบาบาง ให้ความสบายทั้งการซักและการสวมใส่ ปี 1966 ไทรอัมพ์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ “ดอรีน” (Doreen) ซึ่งตัดเย็บจากโพลีอาไมด์ (polyamide) ผสมอีลาสเทน (elastane) 15% ปี 1967 ไทรอัมพ์เป็นเจ้าแรกที่ใช้เทคนิค Molded-cup หรือชุดชั้นในแบบเป็นโครงแข็งช่วงหน้าอกทำให้ไม่มีตะเข็บหรือรอยต่อใดๆ ไทรอัมพ์เริ่มผลิตบิกินีและชุดว่ายน้ำในปี 1962 ทั้งรูปแบบการโฆษณาก็หันไปสู่ทิศทางใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่เหล่าสาวมั่นทั้งหลาย

1977

ปี 1977 โรงงานในออสเตรีย เยอรมัน และฮ่องกงช่วยกันสร้างชื่อเสียงของไทรอัมพ์ขึ้นมาในฐานะบริษัทแฟชั่นเทคโนโลยีสูง ทั้งหมดนี้เป็นศูนย์รวมข้อมูลให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นใยและผู้ชำนาญด้านเสื้อผ้าจากทั่วทุกมุมโลก ในปี 1972 ไทรอัมพ์ได้เปิดตลาดในบราซิล ออสเตรเลียและแอฟริกาใต้

สุดเหวี่ยงเซเว่นตี้ (The wild seventies) ยุคแห่งความเบาสบายแบบใหม่ (new lightness) Triumph 70 Fashion Show อันตระการตาซึ่งเป็นการจัดงานแฟชั่นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนั้นได้จัดทัวร์ไปทั่วยุโรปและเอเชีย การเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นความลงตัวของหมู่มวลบุปผากับมินิสเกิร์ต อีกครั้งกับบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมไทรอัมพ์ได้พัฒนาเนื้อผ้าให้ยิ่งบางเฉียบและเบาสบายโดยใช้ไลคราและไนลอน ปลายทศวรรษที่ 70 แบรนด์สล็อคกี้ (sloggi) ก็เปิดตัว “ปฏิวัตกรรมผ้าฝ้าย” (The Cotton Revolution) ออกสู่สายตาด้วยนวัตกรรมแห่งเส้นใย สรุปได้ง่ายๆ ว่าเป็นความนุ่มพิเศษ กระชับรูปร่างและยับยาก วัยรุ่นหนุ่มสาวชาวเสรีชนเป็นกลุ่มหลักของการโฆษณาในหัวข้อ ความงาม เร่าร้อน รัญจวนใจโดยสร้างภาพให้เห็นได้อย่างสมจริง จึงมีการโฆษณาบราซีทรูเต็มตัวในเยอรมันกับสโลแกน “เรือนร่างก็เป็นแฟชั่น…แล้วจะทำไม” (So what? – The body is in fashion)

1986

ปี 1986 ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลฉลองครบรอบ 100 ปี ในปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้บริษัทในกลุ่มได้ว่าจ้างพนักงานกว่า 19,000 คนจากทั่วโลกทำยอดขายรวมได้ถึง 996 ล้านฟรังค์สวิส และได้เข้าซื้อกิจการชั้นในชายของฝรั่งเศสแบรนด์ “HOM” ในปี 1988 มีข้อตกลงทำแฟรนไชส์ไปที่อุรุกวัยและอดีตเยอรมันตะวันออก ปี 1989 จะเห็นการขยับขยายเข้าไปในแคนาดา นิวซีแลนด์และเกาหลีใต้

การกลับมาของการเผยเอวคอดกิ่ว ชุดรัดรูป อวดทรวดทรง และผู้คลั่งไคล้กีฬาบุกตลาดโลก สาวๆ สปอร์ต- เกิร์ลเรียกหาบราแบบพิเศษ ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จึงนำเสนอแบบที่ใช่ที่ให้การรองรับและให้ความสบายระดับสุดยอดแก่ผู้สวมใส่ ความคิดตามสมัยนั้นยากแก่การสรุปความแตกต่างในแต่ละเทรนด์กับอีกเทรนด์ที่อยู่ระดับเดียวกัน แล้วในทันใดดีไซเนอร์ก็ได้หันไปรวมเอาชั้นในที่ตัดเย็บแสนประณีตเอาไปรวมอยู่กับเครื่องแต่งกายชั้นนอกที่เป็นแฟชั่นไป โดยสวมอย่างมั่นใจให้เป็นส่วนหนึ่งของเรือนร่างและเข้ารูปอยู่ภายใต้เสื้อแจคเก็ต แล้วเครื่องแต่งกาย รัดทรง เสื้อ บรา และกางเกงชั้นในที่ดูหรูหราก็กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างมากอีกครั้ง ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าใจได้ดีถึงการสานฝันให้เป็นจริง

1990

ปี 1990 การซื้อกิจการชั้นในของชนชั้นสูงอย่างแบรนด์วาลิเซียร์ในปี 1990 ทำให้ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลก็ได้ขยายขอบเขตความหลากหลายออกไปอีก ช่วงทศวรรษที่ 90 นั้นหมายถึงการขยายกิจการอย่างต่อเนื่องไปสู่ยุโรปตะวันออกและเอเชียด้วยสายการผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทย จีน และอินเดีย จำนวนพนักงานของบริษัทก็เพิ่มขึ้นไปมากกว่า 35,000 คน

ทศวรรษแห่งความรู้สึกดี หรือยุคของการเรียกร้องหาความเป็นธรรมชาติในทศวรรษที่ 90 ผู้บริโภคเรียกร้องหาความเป็นธรรมชาติอีกครั้ง ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เลิกการใช้สารเคมีในปริมาณที่มากเกินจากที่เคยใช้ในกระบวนการผลิตในช่วงทศวรรษที่ 70 ปัจจุบันนี้ผ้าฝ้ายจากธรรมชาติคุณภาพสูงรวมทั้งตะขอแบบปลอดสารนิเกิลได้มีการนำมาใช้ และในขณะที่แฟชั่นที่หนุนไหล่ก็ตกไปแต่ push-up bra หรือบราแบบมีฟองน้ำเสริมกลับได้รับความนิยม ที่เยอรมนีนางแบบระดับท็อปโมเดลผู้ทั้งงามสง่าและน่าหลงใหล นาโอมิ แคมเบลล์ ปรากฏบนโปสเตอร์โฆษณาขนาดสูง 3 เมตรพร้อมข้อความที่ว่า…ให้ร่างกาย – ให้กับความรู้สึก ยอดขายของ push-up bra เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ปี 1998 ไทรอัมพ์ได้ผลิตสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดโลกในชื่อ “Simply Soft” หรือบราไร้ตะเข็บซึ่งความร้อนจากร่างกายของผู้สวมใส่ทำให้เนื้อผ้าแนบเข้ากับเรือนร่าง